จากท้องถิ่นสู่สากล —— “ผ้าทอจ้วงจิ่น” แห่งกว่างซีเฉิดฉายใน FIFA World Cup 2026 โอกาสสำหรับ “ผ้าทอไทย”
เวลาที่โพสต์:17:48, 20-07-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

ผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์จากภูมิปัญญาทางศิลปะและวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่บรรพบุรุษกลุ่มชาติพันธุ์จ้วงในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้สั่งสม และสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นอย่างผ้าทอจ้วงที่ชื่อว่า “จ้วงจิ่น” (壮锦) ได้ไปเฉิดฉายในศึกฟุตบอลโลก ปี 2026 (FIFA World Cup 2026)

รู้หรือไม่… “จ้วงจิ่น” เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของกลุ่มชาติพันธุ์จ้วงในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงได้รับการขนานนามเป็น 1 ใน 4 สุดยอดผ้าไหมทอดิ้น (Brocade) ที่มีชื่อเสียงของประเทศจีน(อีก 3 ชนิด ได้แก่ สูจิ่น/蜀锦 ของนครเฉิงตู ซ่งจิ่น/宋锦 ของเมืองซูโจว และอวิ๋นจิ่น/云锦 ของนครหนานจิง) โดย “จ้วงจิ่น” มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,000 ปี เป็นเครื่องราชบรรณาการ หรือจิ้มก้อง ที่ส่งไปถวายราชสำนักตั้งแต่ในสมัยราชวงศ์ซ่ง มีเอกลักษณ์โดดเด่นที่ลวดลายผ้าที่มีสีสันฉูดฉาด

เสื้อฟุตบอล ตุ๊กตา หมวก ลูกฟุตบอล และแผ่นรองเมาส์ ที่สร้างสรรค์จาก “ผ้าทอจ้วงจิ่น” ในธีมฟุตบอลโลก กำลังเป็นไวรัลในหมู่แฟนฟุตบอลบนโลกโซเชียล โดยสินค้าที่ได้รับลิขสิทธิ์จากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ FIFA ที่กล่าวมาข้างต้น มาจากสตูดิโอของคุณถาน เซียงกวาง (Tan Xiangguang/谭湘光) ปรมาจารย์ด้านหัตถศิลป์แห่งชาติจีน และผู้สืบทอดงานหัตถศิลป์ผ้าทอจ้วงจิ่นของเขตฯ กว่างซีจ้วง นับเป็นครั้งแรกที่ “ผ้าทอจ้วงจิ่น” ได้เฉิดฉายบนเวทีระดับโลกผ่านร้าน FIFA STORE ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ (จำหน่ายทั่วโลก)

การได้ลิขสิทธิ์ FIFA World Cup2026 ไม่ใช่เรื่องง่าย!!! บริษัท Hangzhou Fude Brand Management Co., Ltd. (杭州孚德品牌管理有限公司) เป็นผู้ได้รับลิขสิทธิ์ FIFA World Cup 2026 ในจีนแผ่นดินใหญ่รวมถึงฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน ได้จัดแคมเปญ “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้พบฟุตบอลโลก” (非遗遇见世界杯) โดยคัดเลือกสินค้า/แบรนด์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้จากทั่วประเทศจีน โดยมีเกณฑ์มาตรฐานการคัดเลือกที่สูง ตั้งแต่คุณสมบัติของผู้ผลิต แนวคิดสร้างสรรค์ (ผสมผสาน Element ของมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้เข้ากับฟุตบอลโลก) ลิขสิทธิ์ของลวดลาย การใช้สี (Color Matching) ความปลอดภัยของวัสดุ ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์และการบรรจุหีบห่อ (ใช้เวลานานกว่าครึ่งปี ตั้งแต่การนำเสนอแนวคิด การขึ้นตัวอย่าง การปรับแก้หลายรอบ จนกระทั่งผ่านการอนุมัติ)

เบื้องหลังความสำเร็จนี้ คือ ความทุ่มเทของคุณถาน เซียงกวางที่ให้ความสำคัญกับ “นวัตกรรม” ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา พลิกโฉม “ผ้าทอจ้วงจิ่น” จากที่เป็นเพียงผลงานศิลปะที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ไปสู่ “ผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์” แถมยังช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน (เสริมรายได้ให้กับสาวในชนบทเดือนละ 3,000 หยวน) และก้าวไปไกลในเวทีระดับโลกในวันนี้เครดิตภาพ http://gx.people.com.cn


นัยความสำเร็จของสตูดิโอ Tan Xiangguang ต่อประเทศไทย อาทิ

  • การพัฒนาผ้าทอจ้วงจิ่นตามสมัยนิยม ทั้งด้านลวดลาย สีสัน ความคงทน ความหนา และการประยุกต์ใช้วัสดุ เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย ‘คนรุ่นใหม่’ ทั้งในเชิงกายภาพ (ใช้งานได้จริง) และด้านจิตใจ (สนองความพึงพอใจ/ซื้อความสุข) เช่น การเลือกใช้เส้นไหมไล่เฉดสี การใช้ลวดลายทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย แทนลายผ้ารูปทรงเรขาคณิตแบบดั้งเดิมที่มีสีสันฉูดฉาดและลวดลายซับซ้อน

  • กรุยทางสินค้าภูมิปัญญาท้องถิ่น ฉีกกรอบแนวคิดเดิมที่นิยมใช้ “ผ้าทอจ้วงจิ่น” ทำชุดเครื่องนอน ปลอกผ้านวม ด้วยการพัฒนาและต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่ ‘สร้างจุดขาย’ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ (การพัฒนาประเภทสินค้าและการใช้สีตามสมัยนิยม) เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น กระเป๋าถือ ผ้าพันคอ ผ้าคลุมไหล่ รองเท้ากีฬา รองเท้าส้นสูง ของตกแต่งบ้าน ผ้ารองแก้ว เนกไท โคมไฟตั้งโต๊ะ ตุ๊กตา ต่างหู เคสมือถือและแท็บเล็ต

  • การใช้เครื่องมือออนไลน์ —— “โซเชียลมีเดีย” เพื่อสร้างโอกาสในการรับรู้และเข้าถึงของลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม Taobao (แอปฯ ช้อปปิ้ง) Douyin (Tiktok เวอร์ชั่นจีน) Xiaohongshu (Instagram ของจีน) การทำ Live-Streaming และการสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้ชมผ่านการเล่าเรื่องราว (Storytelling) เกี่ยวกับผ้าทอจ้วงจิ่น ผ่านภาพถ่ายและคลิปวิดีโอ

  • การสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าไหม “ผ้าทอจ้วงจิ่น” เชื่อมโยงคลัสเตอร์การท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับตลาดผลิตภัณฑ์ผ้าไหมจ้วงจิ่นสู่แหล่งท่องเที่ยว อาทิ การนำผ้าไหมจ้วงจิ่นและผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมจ้วงจิ่นมาใช้ตกแต่งสถานที่การจัดงานอีเวนท์ หรือเป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการ หรือร่วมงานกิจกรรมในโอกาสต่าง ๆ เพื่อเปิดประสบการณ์ถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นอัตลักษณ์ ‘จ้วง’ และเสริมสร้างเสน่ห์ของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้าไหมจ้วงจิ่นในแหล่งท่องเที่ยว

  • การสร้างโมเดลอุตสาหกรรม “สตูดิโอออกแบบ – ชุมชนลงมือผลิต – สินค้าจำหน่ายสู่ตลาดสากล” เป็นการบุกเบิกเส้นทางการพัฒนาเชิงบูรณาการระหว่าง “มรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ + IP กีฬาระดับชั้นนำ + การสร้างงานสร้างอาชีพให้ชุมชน (ในพื้นที่ชนบท)” นอกจากเป็นการขับเคลื่อน Soft Power สร้างสินค้า/แบรนด์สู่สากลแล้ว ที่สำคัญ ช่วยสร้างพลวัตให้แก่การพัฒนาเศรษฐกิจในชนบท

บีไอซี หนานหนิง เห็นว่า ในบริบทที่รัฐบาลไทยกำลังมุ่งยกระดับอุตสาหกรรม Soft Power ของไทยไปสู่ตลาดโลก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าภูมิปัญญาไทย เส้นทางการพัฒนาผ้าทอจ้วงจิ่นของเขตฯ กว่างซีจ้วง เป็นต้นแบบที่น่าสนใจ ทั้งด้านการออกแบบ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ การยกระดับกระบวน การผลิต การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลในการส่งเสริมการตลาด และการคว้าโอกาสสู่ตลาดโลกผ่านความร่วมมือทางธุรกิจได้

โดยเฉพาะการที่ “ประเทศไทย” เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวของโลกและนักท่องเที่ยวชาวจีน การบูรณาการความร่วมมือของธุรกิจผ้าทอไทยกับภาคธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยวเป็นประเด็นที่น่าสนใจ โดยสามารถนำผลิตภัณฑ์ผ้าทอของไทยที่มีดีไซน์เก๋สะดุดตาหรือมีประโยชน์ใช้สอย เช่น ประดับตกแต่ง หรือวางจำหน่ายในร้านอาหาร โรงแรม ร้านสปา ห้างสรรพสินค้า รวมถึงแหล่งท่องเที่ยว จะสามารถช่วยกระตุ้นความต้องการและปูทางสู่การขยายตลาดในจีนและโลกต่อไปในอนาคต


ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG

การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG

การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO

การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น