นครหนานหนิงผุด “ศูนย์พิสูจน์แนวคิดปัญญาประดิษฐ์จีน – อาเซียน” กรุยทางเทคโนโลยี AI สู่การใช้จริงเชิงพาณิชย์ อีก ‘โอกาสใหม่’ ของสตาร์ตอัปไทย
เวลาที่โพสต์:16:21, 20-05-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

ปัจจุบัน “ปัญญาประดิษฐ์” หรือที่เราเรียกติดปากว่า AI (Artificial Intelligence) กำลังเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ทางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ———— ปรากฏการณ์ AI Transformation ที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งปรับตัว แสวงหาเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ และมองหาตลาด/โมเดลธุรกิจใหม่ เพื่อไม่ให้ตก ‘ขบวนเศรษฐกิจ’ ยุคดิจิทัล โดยเฉพาะ AI

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เทคโนโลยี AI เปลี่ยนแปลงเร็วและแข่งขันเดือด เจ้าของผลิตภัณฑ์/โซลูชัน AI มีความเสี่ยงที่จะ “รุ่งโรจน์” หรือ “รุ่งริ่ง” สูง หลายโครงการต้อง ‘ล้มพับ’ เพราะขาดกระบวนการที่เรียกว่า “การพิสูจน์แนวคิดทางธุรกิจ” (Proof of Concepts : PoC) ก่อนเริ่มดำเนินงาน

“การพิสูจน์แนวคิดทางธุรกิจ” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ภาคธุรกิจใช้ในการทดสอบเบื้องต้น เพื่อพิสูจน์ยืนยันความเป็นไปได้เชิงเทคนิคว่า… แนวคิดหรือเทคโนโลยี AI ที่จะพัฒนาขึ้นมานั้นสามารถนำไปสู่การพัฒนาและใช้งานจริงได้หรือไม่ เป็นการประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เจ้าของผลิตภัณฑ์

เมื่อไม่นานมานี้ (2 เม.ย. 2569) นครหนานหนิง ได้เปิดตัว “ศูนย์พิสูจน์แนวคิดปัญญาประดิษฐ์กว่างซี-อาเซียน” (Guangxi – ASEAN AI Proof of Concept Center/广西—东盟人工智能概念验证中心) เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนธุรกิจ AI ที่มุ่งสู่อาเซียน

ศูนย์แห่งนี้ เป็นอีก ‘จิ๊กซอว์’ ชิ้นสำคัญใน “แผนปฏิบัติการ ‘ปัญญาประดิษฐ์ (AI) + การผลิต’ กว่างซี 2568 – 2570” ที่มุ่งเป้าการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ (Breakthrough Technology) ผลิตภัณฑ์อัจฉริยะและฉากทัศน์การใช้งาน AI ในรูปแบบต่าง ๆ ที่มุ่งสู่ “อาเซียน” ต่อจาก “ศูนย์ความร่วมมือการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์จีน-อาเซียน” (China-ASEAN Countries Artificial Intelligence Application Cooperation Center /中国—东盟人工智能应用合作中心) หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า “ศูนย์หนาน เอ” (南 A中心)

วันนี้ บีไอซี ­ขอนำท่านผู้อ่านไปทำความรู้จักบทบาทของ “ศูนย์พิสูจน์แนวคิดปัญญาประดิษฐ์กว่างซี -อาเซียน” กันครับ

ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ใน “สวนอุตสาหกรรมการประมวลผลอัจฉริยะ AI อู่เซี่ยงอวิ๋นห์กู่” (Wuxiang Cloud Valley Intelligent Computing Center/南宁五象云谷AI智算产业园) ในเขตเมืองใหม่อู่เซี่ยง ฝั่งใต้ของนครหนานหนิง เขตฯ กว่างซีจ้วง และแผนในอนาคต จะตั้ง Sub-center ที่นครกว่างโจว มณฑลกวางตุ้งด้วย

ผู้ลงทุน : บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้น Runjian Corporation (润建股份有限公司) เป็น ‘หัวหอก’ ร่วมกับ 4 องค์กร ได้แก่ มหาวิทยาลัยกว่างซี บริษัท Nanning New Technology Entrepreneur Center (南宁新技术创业者中心) สมาคม Guangxi Master Associate of United Development Association (广西研究生联合开发促进会) และบริษัท Guangxi Proof of Concept Technology Services Co., Ltd. (广西概念验证科技服务有限公司)

ขอบเขตธุรกิจ : ให้บริการพิสูจน์แนวคิดผลิตภัณฑ์ AI แบบครบวงจร ตั้งแต่ “การประเมินแนวคิดขั้นต้น – การประเมินความพร้อมของเทคโนโลยี – การพิสูจน์ต้นแบบ (Demo) ที่ใกล้เคียงการทำงาน – การนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์” เพื่อเปลี่ยน “ความคิดเชิงนวัตกรรม” ให้เป็น “ต้นแบบเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง” เพื่อตอบโจทย์ตลาด และแก้ไขอุปสรรคการต่อยอดผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์และการเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม

แผนอนาคต : ช่วง 5 ปีจากนี้ ศูนย์ฯ จะแบ่งการดำเนินงานออกเป็นหลายระยะ โดยจะให้ความสำคัญด้านการเกษตร พลังงาน วัฒนธรรมและการท่องเที่ยว การผลิต และการค้า / ผลักดันการบูรณาการเชิงลึกของปัญญาประดิษฐ์เข้ากับภาคเศรษฐกิจจริง (Real Sector) / สนับสนุนการใช้งานในฉากทัศน์ต่าง ๆ เช่น เมืองอัจฉริยะ การเกษตรอัจฉริยะ และด่านอัจฉริยะ เพื่อก้าวสู่การเป็น “แกนหลัก” ของอุตสาหกรรม AI ที่มุ่งสู่อาเซียน และเป็นแรงขับเคลื่อนทางดิจิทัลในการสร้างประชาคมจีน – อาเซียนที่มีอนาคตร่วมกันที่แนบแน่นยิ่งขึ้น

“ด้วยความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ช่วยสาขาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI มีความใกล้ตัวมากยิ่งขึ้น การที่สังคมสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จะช่วยเชิดชูคุณค่าของความคิดสร้างสรรค์และการออกแบบให้เด่นชัดขึ้น”

—————————  คุณหู หย่งเล่อ (Hu Yongle/胡永乐) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) บริษัท Runjian Corp


ศูนย์แห่งนี้กำลังสร้างพื้นที่ Co-working Space สำหรับธุรกิจที่บุคคลทั่วไปก็สามารถใช้ AI ในการดำเนินธุรกิจได้ที่เรียกว่า “ชุมชนผู้ประกอบการ OPC (One Person Company) แบบครบวงจร” โดยสตาร์ทอัป/ธุรกิจ SMEs แบบ ‘ลุยเดี่ยว’ สามารถ ‘หิ้วกระเป๋าพร้อมเข้าอยู่ได้เลย’ โดยชุมชน OPC จะให้การสนับสนุน 6 ด้านหลัก ได้แก่ พื้นที่ทำงานอิสระ เอกสิทธิ์ด้านพลังการประมวลผล พนักงานดิจิทัล (Digital Employee) คำแนะนำสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพ การทำตลาด และการจับคู่ในระบบนิเวศธุรกิจ

ภายในงานเปิดตัว “ศูนย์พิสูจน์แนวคิดปัญญาประดิษฐ์กว่างซี-อาเซียน” ยังมีพิธีร่วมลงนามความตกลงเชิงกลยุทธ์ระหว่างบริษัท Runjian Corporation กับธุรกิจ/องค์กรต่าง ๆ รวมถึงมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี และบริษัท RMAICT จากมาเลเซียด้วย โดยทุกฝ่ายจะพัฒนาความร่วมมือเชิงลึกในหลายด้าน เช่น การพิสูจน์เทคโนโลยีและการปรับใช้งานให้เข้ากับฉากทัศน์อาเซียน การบูรณาการอุตสาหกรรมและการต่อยอดผลงานสู่การใช้งานจริงเชิงพาณิชย์ การก้าวออกไปของอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมและนวัตกรรมสร้างสรรค์ที่ใช้ AI (AI Generated Content – AIGC) การร่วมสร้างวิทยาลัยอุตสาหกรรมดิจิทัล การฝึกอบรมบุคลากรที่มีทักษะสูง (Talent) การพัฒนาเศรษฐกิจการบินเพดานต่ำ (Low-altitude Economy)กับการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture)

ศูนย์แห่งนี้มุ่งจับตลาดอาเซียน โดยจะมุ่งพัฒนาเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และโซลูชัน AI ให้เข้ากับฉากทัศน์ของอาเซียน และสนับสนุนความร่วมมือทางอุตสาหกรรมข้ามพรมแดน โดยอาศัยจุดแข็งของศูนย์ฯ ด้านพลังประมวลผล (Computing Power) เครือข่ายข้ามพรมแดน การประมวลผลข้อมูล (Data Processing) และคลังสมอง หรือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Think Tank) ร่วมกับบริการเสริมเพิ่มคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเชิงนโยบาย/สิทธิประโยชน์การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อช่วยให้โครงการ AI ประสบความสำเร็จในการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ด้วยต้นทุนที่ต่ำและประสิทธิภาพสูง

—————————  คุณหู หย่งเล่อ (Hu Yongle/胡永乐) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)
และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) บริษัท Runjian Corp


ในบริบทที่ “เศรษฐกิจดิจิทัล” กำลังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย บีไอซี เห็นว่า “ศูนย์พิสูจน์แนวคิดปัญญาประดิษฐ์กว่างซี-อาเซียน” สามารถเป็นอีกหนึ่ง ‘พันธมิตร’ ของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนไทยในการเชื่อมโยงความร่วมมือและส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการวิจัยและการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI ที่ตอบโจทย์ตลาดในสาขาต่าง ๆ ระหว่างกัน โดยเฉพาะสตาร์ทอัปที่มีศักยภาพอยู่แล้ว สามารถใช้ประโยชน์จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของศูนย์ประมวลผลอัจฉริยะ Wuxiang Cloud Valley อย่าง “พลังการประมวลผล” (Computing power) กับความพร้อมด้านทรัพยากรทางภาษาของเขตฯ กว่างซีจ้วงอย่าง “คลังภาษาอาเซียน” ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์/โซลูชันให้ตอบโจทย์ New Business Model ได้ตรงจุด ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจสองฝ่าย (ไทย-กว่างซี) ก้าวสู่เศรษฐกิจที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและเพิ่มขีดความสามารถของไทยในการแข่งขันบนเวทีโลกอีกทาง

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมี “ฝ่ายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นอีกกลไกที่สามารถสนับสนุนและแสวงหาแนวทางการพัฒนาความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างไทยกับจีน ที่สถาบันการศึกษาและสตาร์ทอัปไทยสามารถใช้ประโยชน์ได้ด้วย

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG

การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG

การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO

การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น