ค้นหาโอกาส … เมื่อ “นครหนานหนิง” ตั้งเป้าเป็น “ฮอลลีวูดมินิซีรีส์” ที่มุ่งสู่อาเซียน โอกาสเน้น ๆ ของธุรกิจบันเทิงไทย
เวลาที่โพสต์:9:53, 24-02-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

หากพูดว่า… “จีน” เป็นผู้นำเทรนด์โลกก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะมองย้อนปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นในประเทศจีน จะพบว่าหลาย ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น ‘ภาพจำลองอนาคต’ ที่สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนแปลงของทางเศรษฐกิจและสังคมที่กำลังกลายเป็น ‘กระแสหลัก’ ของการพัฒนาอุตสาหกรรมของโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) สั่งอาหารออนไลน์ (Food Delivery) พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) และรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV)

อีกหนึ่งปรากฎการณ์ในจีนที่ภาคธุรกิจไทยควรจับตามอง คือความนิยมของ TikTok ซึ่งกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมการเสพสื่อของชาวจีน (และทั่วโลก) อย่างรวดเร็ว ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพฤติกรรมการเสพสื่อบันเทิงจาก “ละครจอแก้ว (โทรทัศน์) สู่ละครแนวตั้ง (โทรศัพท์มือถือ)” ในยุคปัจจุบัน และเป็นโจทย์สำคัญ!!! ที่ผู้ผลิตสื่อและนักการตลาดต้องปรับตัว ปรับวิธีคิด ปรับแนวทาง และปรับรูปแบบในการสร้างสรรค์และนำเสนอผลงานไปสอดรับกับ “แพลตฟอร์ม” ข้างต้นที่เปลี่ยนแปลงไปด้วย

ละครแนวตั้ง คืออะไร? —–ซีรีส์สั้นที่รับชมบนจอสมาร์ทโฟน (Vertical Drama/短剧) บ้างก็เรียก “มินิซีรีส์” เป็นลูกผสมระหว่างซีรีส์กับวิดีโอสั้นที่ถ่ายทำในรูปแบบแนวตั้ง เน้นการดำเนินเนื้อเรื่องกระชับเข้มข้นและได้อรรถรสครบทุกอารมณ์ในทุกตอน (ตอนละ 2-5 นาที) ทำให้คนดู “ดูง่าย ติดเร็ว” ถือเป็น ‘คลื่นบันเทิงดิจิทัลลูกใหม่’ ที่กำลังฮอตฮิตในจีน และกำลังส่งออกไปบุกตลาดโลก

ปี 2568 ตลาด “ละครแนวตั้ง” ของประเทศจีนมีมูลค่าแตะระดับ 67,790 ล้านหยวน หรือราว  3.3 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 34.4 (YoY) และคาดการณ์ว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 ตลาดจะมีมูลค่าทะลุ 150,000 ล้านหยวน หรือราว 7.5 แสนล้านบาท สวนทางกับตลาดภาพยนตร์ที่ส่งสัญญาณชะลอตัวลงตั้งแต่ปี 2566

—————————- รายงานข้อมูลการสำรวจการบริโภคตลาดละครแนวตั้งจีน ประจำปี 2568
iiMedia Research (艾媒咨询) บริษัทวิจัยตลาดชั้นนำของจีน


ดูที่ไหน ดูเมื่อไหร่ ดูตอนที่เท่าไหร่ก็ได้ ไม่ถูกจำกัดด้วยตารางออกอากาศ เป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ผู้เสพสื่อบันเทิงในยุคดิจิทัล ข้อมูลจาก DataEye แพลตฟอร์มผู้ให้บริการทำการตลาดดิจิทัล ระบุว่า ปี 2568 แอปพลิเคชันสายซีรีส์สั้นของบริษัทจีนกวาดรายได้ในต่างประเทศได้ราว 2,160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ครองสัดส่วนร้อยละ 94.93 ของตลาดซีรีส์สั้นทั่วโลก มียอดดาวน์โหลดแอปฯ 1,493 ล้านครั้ง ครองสัดส่วนร้อยละ 80.46 ของยอดดาวน์โหลดแอปฯ ซีรีส์สั้นทั่วโลก

ใครรู้บ้างว่า… “นครหนานหนิง” เป็นหนึ่งในฐานอุตสาหกรรมละครแนวตั้ง หรือ “มินิซีรีส์” ของจีน ในบทความฉบับนี้ บีไอซี ขอนำท่านผู้อ่านไปฟังเสียงสะท้อนของผู้ผลิต “มินิซีรีส์” และค้นหา “โอกาส” ในธุรกิจบันเทิงยุคดิจิทัลกันครับ/ค่ะ

หากพิจารณาจากความพร้อมทางกายภาพที่ “ฤดูร้อนยาว ฤดูหนาวสั้น” สามารถถ่ายมินิซีรีส์ได้ตลอดทั้งปี จึงเหมาะสมกับ “สูตรการผลิต” ที่ต้องเร็วยิ่งกว่าภาพยนตร์ The Fast and the Furious กองถ่ายทำปิดกล้องมินิซีรีส์ทั้งเรื่องได้ภายในเวลาไม่เกิน 10 วัน (โดยปกติ มินิซีรีส์ 80 ตอน การถ่ายทำใช้เวลาเพียง 7 – 8 วัน และการตัดต่อต้องเสร็จภายใน 15 – 20 วัน)

การถ่ายทำมินิซีรีส์ที่นครหนานหนิงยัง “คุ้มค่าคุ้มราคา” ด้วยค่าทีมงาน นักแสดง และสตูดิโอใช้ต้นทุนที่ต่ำกว่ากลุ่มเมือง 1st tier จากคำบอกเล่าคุณจาง ลั่วเจีย (Zhang Luojia/张洛佳) Casting Director บริษัท Guangxi Xilu Media (广西西路影视文化传媒有限公司) เปิดเผยว่า ค่าตัวนักแสดงของนครหนานหนิงมีราคาถูก นักแสดงที่ไม่มีบทพูดค่าตัววันละ 80 – 100 หยวน (แต่ทักษะการแสดงอาจจะไม่ดีมากนัก) นักแสดงรับเชิญพิเศษที่มีบทพูดจะคิดค่าตัวตามจำนวนบทพูด ประโยคละ 200 – 500 หยวน และนักแสดงสำคัญประโยคละ 800 – 2,000 หยวนขึ้นไป

นครหนานหนิง ติด 1 ใน 20 เมืองที่มีศักยภาพองค์รวมในอุตสาหกรรมมินิซีรีส์ ประจำปี 2568 (2025中国微短剧产业综合实力城市) ซึ่งประเมินจากมูลค่ามินิซีรีส์ จำนวนกองถ่าย/สถานที่ถ่ายทำ มาตรการ/นโยบายสนับสนุนมินิซีรีส์ การใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในมินิซีรีส์ ระดับความเป็นที่รู้จักของเมืองจากการดูมินิซีรีส์ที่ถ่ายทำในเมืองนั้น ๆ และระดับการแทรกซึมของวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวท้องถิ่นในมินิซีรีส์

——————– แพลตฟอร์ม DataEye


“โลเคชันครบเครื่อง อุปกรณ์ครบครัน” คนจีนต่างถิ่นที่มีโอกาสมานครหนานหนิงต่างเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงสร้างพื้นฐานของนครหนานหนิงไม่เหมือนเมือง 2nd Tier โดยเฉพาะพื้นที่ย่านใจกลางเมืองใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกสูงโอ่อ่าดูทันสมัย ย่านเมืองเก่ากับสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่สะท้อนเสน่ห์แห่งวันวาน สิ่งปลูกสร้างหลายแห่งมี ASEAN element สอดแทรกอยู่ด้วย พื้นที่สีเขียวของสวนสาธารณะและดอกไม้สีสันสดใสที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี ซึ่งตอบโจทย์ผู้จัดมินิซีรีส์ในทุกสถานการณ์

สถานที่ถ่ายทำที่เป็นสถานที่จริงแล้ว นครหนานหนิงยังมีเมืองจำลองขนาดย่อมสำหรับการถ่ายทำมินิซีรีส์ —— “สตูดิโอเป่ยโถวหมิงเยว่ห์ฮุ่ย” (北投明月荟影视基地) ของบริษัท Guangxi Beibu Gulf Investment Mingyue Lake Commercial Investment Co., Ltd. (广西北投明月湖商业投资有限公司) ที่ตั้งอยู่ในเขตซีเซียงถาง ทางฝั่งตะวันตกของนครหนานหนิง เป็นสตูดิโอโลกจริง (30 ฉากถ่ายทำ) กับสตูดิโอโลกเสมือนจริงด้วยเทคโนโลยี AI ที่แรกของนครหนานหนิงที่พร้อมจะเนรมิตฉากในจินตนาการให้เป็นจริง ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 115 หมู่จีน (ราว 47.9 ไร่) มีอาคารปลูกสร้าง 19 หลัง

รู้แล้วบอกต่อ…. มินิซีรีส์เรื่อง “สวัสดี – พรหมลิขิตมหัศจรรย์แห่งแดนสยาม” (萨瓦迪卡——泰境奇缘) มินิซีรีส์ที่เป็นโครงการต้นแบบการแลกเปลี่ยนสื่อภาพยนตร์และโทรทัศน์ที่สำคัญเพื่อการเชื่อมโยงวัฒนธรรมสองประเทศในโอกาสครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีน-ไทย ได้จัดงานปิดกล้องที่ “สตูดิโอเป่ยโถวหมิงเยว่ห์ฮุ่ย” เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ปัจจุบัน มินิซีรีส์เรื่องนี้ได้แปลเป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และฉายในหลายประเทศแล้ว นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทางวัฒนธรรมผ่าน “มินิซีรีส์” ระหว่างจีนกับไทย

นายหวง เหวินเฟิง (Huang Wenfeng/黄文峰) รองผู้จัดการใหญ่โครงการ “สตูดิโอเป่ยโถวหมิงยั่วฮุ่ย” ให้ข้อมูลว่า พื้นที่ถ่ายทำฉาก 30 ฉาก มีทั้งฉากจำลองสถานที่ที่เป็นนามบัตรของประเทศสมาชิกอาเซียน บ้าน ออฟฟิศ ร้านกาแฟ ห้องพิจารณาคดี และโรงภาพยนตร์ ภายในพื้นที่สตูดิโอยังมี “ศูนย์ฝึกการแสดง” ด้วย และกำลังจะต่อยอดห่วงโซ่ธุรกิจให้ครบวงจร เช่น การให้บริการเช่าชุดแต่งกาย การแต่งหน้า การเช่าอุปกรณ์ถ่ายทำและอุปกรณ์ประกอบฉากอีกด้วย

ภาครัฐยังมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมมินิซีรีส์ ——- “มาตรการสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมซีรีส์สั้นให้มีคุณภาพสูงของนครหนานหนิง” (南宁市支持微短剧产业高质量发展若干措施) ที่ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคม 2568 โดยจะมีผลบังคับใช้จนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2570

โดยมาตรการดังกล่าวพร้อมสนับสนุนธุรกิจมินิซีรีส์ตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท การถ่ายทำซีรีส์ การพัฒนาและดึงดูดคนเก่ง/คนที่มีพรสวรรค์ (Talent) การขยายธุรกิจมินิซีรีส์สู่ตลาดต่างประเทศ และการสร้างแบรนด์ โดยจะ “จ่ายหนัก รับเหนาะ เงินรางวัล/เงินอุดหนุน” ให้กับนิติบุคคลที่ประกอบธุรกิจมินิซีรีส์ที่นครหนานหนิง โดยมีสิทธิได้รับเงินรางวัลสูงสุดถึง 4 ล้านหยวน

เช่น ในรอบปี หากบริษัทมินิซีรีส์มีผลประกอบการมากกว่า 3,000 ล้านหยวน รับเงินรางวัลแบบจ่ายรวดเดียว 3 ล้านหยวน หากบริษัทมินิซีรีส์ถือใบอนุญาตการออกอากาศซีรีส์ออนไลน์จำนวนมากเป็น 5 อันดับแรกของประเทศและมีผลประกอบการมากกว่า 3,000 ล้านหยวน รับเหนาะ ๆ ครั้งเดียว 4 ล้านหยวน

สำหรับกองถ่าย หากใช้สถานที่/จุดถ่ายทำที่มีเทศบาลหนานหนิงเป็นผู้รับผิดชอบ จะได้รับการยกเว้นค่าบัตรผ่านประตูและค่าสถานที่ หากในมินิซีรีส์มีภาพของนครหนานหนิงเกินกว่าร้อยละ 50 และมีใบอนุญาตการออกอากาศซีรีส์ออนไลน์ และออกอากาศบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เป็นแพลตฟอร์มหลัก รับเงินอุดหนุนไปเลย 5,000 หยวนต่อตอน แต่ไม่เกิน 1 แสนหยวนต่อเรื่อง

เพื่อขับเคลื่อนนโยบาย Cultural Soft Power จีนผ่านการส่งออกมินิซีรีส์ รัฐบาลพร้อมแจก!!! เช่นกัน หากบริษัท/โครงการที่ได้รับอนุญาตการส่งออกวัฒนธรรมจากรัฐบาล มีสิทธิได้รับเงินรางวัลครั้งเดียว 3 แสนหยวน หากในรอบปี ผลประกอบการส่งออกซีรีส์สั้นแตะ 200 ล้านหยวน ยังมีสิทธิได้รับเงินรางวัลร้อยละ 0.2 ของรายได้ผลประกอบการรวม สูงสุดไม่เกิน 6 แสนหยวนอีกด้วย

ปัจจุบัน นครหนานหนิงมีบริษัทด้านซีรีส์สั้น 1,255 ราย ในจำนวนนี้ ร้อยละ 38.09 เป็นบริษัทที่เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาใหม่ภายใน 1-3 ปี มีร้อยละ 27.57 เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาเป็นเวลา 3-5 ปี

—————————- แพลตฟอร์ม Qichacha (企查查)
ผู้ให้บริการการตรวจสอบข้อมูลบริษัทในประเทศจีน


เมื่อพูดถึงธุรกิจมินิซีรีส์ชั้นนำในจีน ต้องมีชื่อ ——– บริษัท Shanhai Group  (广西山海星辰传媒集团有限公司) ถือเป็น ‘นักเตะกองหน้า’ ในแวดวงผู้ผลิตมินิซีรีส์ในจีน และกำลัง “โกอินเตอร์” ในเส้นทางบันเทิงต่างประเทศ โดยเฉพาะในอาเซียน

Shanhai Group เจ๋งขนาดไหน? บริษัทShanhai Group เป็นเจ้าของแอปพลิเคชั่นดูมินิซีรีส์ที่มีชื่อว่า “山海短剧” (อ่านว่า ซานห่าย ต่วนจวี้ห์) สำหรับตลาดจีน  มีมินิซีรีส์คุณภาพดีในสต็อกมากกว่า 500 เรื่อง ทำรายได้เฉลี่ยเดือนละ 350 ล้านหยวน มินิซีรีส์ที่ออกอากาศมากกว่าร้อยละ 40 ติดอันดับความนิยม (Bestseller) และมินิซีรีส์หลายเรื่องที่มียอดคลิ๊กผ่าน หรือ Click-Through (จาก Teaser หรือตัวอย่างมินิซีรีส์ที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มออนไลน์) ทะลุ 20 ล้านครั้ง

และเป็นเจ้าของแอปฯ ดูมินิซีรีส์ออนไลน์ที่มีชื่อว่า “StardustTV” สำหรับทำตลาดต่างประเทศ (Top 10 แอปฯ ซีรีส์สั้นที่ทำเงินมากที่สุดในโลกในปี 2568) ปัจจุบัน สามารถดาวน์โหลดแอปฯ ได้ใน 200 กว่าประเทศและดินแดน รองรับการใช้งาน 14 ภาษา มียอดดาวน์โหลดมากกว่า 30 ล้านครั้ง โดย “อาเซียน” หนึ่งในตลาดหลักที่มีอัตราการเติบโตสูงของบริษัทฯ ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้าน เฉพาะปี 2568 มีผู้ใช้งานใหม่มากกว่า 5 ล้าน ยอดผู้เข้าชมทะลุ 2,700 ล้านครั้ง

ที่ผ่านมา บริษัทฯ ใช้ข้อได้เปรียบด้านที่ตั้งของนครหนานหนิงในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือในธุรกิจมินิซีรีส์กับชาติสมาชิกอาเซียน ตั้งแต่การเขียนบทละคร (แนวสงครามธุรกิจ/ความรัก/ระทึกขวัญข้ามแดน) การถ่ายทำ (การแต่งกายของตัวละคร การสร้างฉากที่มีเอกลักษณ์อาเซียน) ไปจนถึงการตัดต่อ (คำบรรยาย หรือ Subtitles การพากย์เสียงภาษาของชาติสมาชิกอาเซียน)

บริษัทฯ จะแสวงหาช่องทางการพัฒนาเครื่องมือ AI ในการสร้างคำบรรยาย (Subtitle) การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural language processing – NLP) การพากย์เสียงอัตโนมัติ สร้างฐานการถ่ายทำซีรีส์สั้นระดับภูมิภาค (区域摄制基地) เพื่อเร่งสร้างฐาน(กอง)ถ่ายทำชั้นนำระดับภูมิภาค และแพลตฟอร์มการสร้างผลงานด้วย AI

—————– นายโจว เผยจิน (Zhou Peijin/周培金)
ผู้จัดการใหญ่บริษัท Shanhai Group


Shanhai Group ยังพัฒนาความร่วมมือกับ Microsoft / Google และ Meetsocial (飞书深诺) ในการพัฒนาโมเดลการแปลภาษา “AI แปล + คนตรวจเกลา (พิสูจน์อักษร)” รองรับได้มากกว่า 14 ภาษา สามารถแปลซีรีส์ 1 เรื่องพร้อมลงจอได้ภายใน 2 ชั่วโมง

อีกหนึ่งบริษัทชั้นนำของนครหนานหนิง ————— บริษัท FZ Entertainment (南宁峰值文化传播有限公司) เจ้าของผู้พัฒนาเครื่องมือ AIGC (Artificial Intelligence Generated Content) ที่มีชื่อว่า “剧小白” (Juxiaobai อ่านว่า จวี้ห์ เสี่ยว ป๋าย) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการผลิตมินิซีรีส์ทั้งหมดด้วยเทคโนโลยี AI ผ่านการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Multimodal Large Language Models – MLLMs) สามารถผลิตมินิซีรีส์ 100 ตอนได้ภายใน 1 สัปดาห์ เพียงใส่คำสั่งกำหนดเค้าโครงเรื่อง (Plot) บทบาทของตัวละคร ฉากเหตุการณ์ และปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องที่ต้องการให้ปรากฎในมินิซีรีส์ จากนั้น “Juxiaobai” จะสร้างบทพูดและภาพให้เห็นลำดับขั้นตอนตามเนื้อเรื่องที่ต้องการ (Storyboard) แล้วประกอบเป็นขึ้นวิดีโอ พร้อมพากย์เสียงอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการผลิตลงได้อย่างมาก

ปัจจุบัน บริษัท FZ Entertainment ได้สร้างคลังข้อมูลภาษาในอาเซียน (Multimodal Corpus) ระดับพื้นฐานขึ้นมาแล้ว ทำให้ “Juxiaobai” สามารถเขียนบทพูดได้หลายภาษา และผลิตซีรีส์สั้นที่ตอบโจทย์อาเซียนได้ ระยะต่อไป บริษัทฯ จะร่วมมือกับอาเซียนในการพัฒนาคลังข้อมูลภาษาเชิงลึก เพื่อปรับปรุงและยกระดับการรับรู้บริบททางวัฒนธรรมและความสามารถของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (MLLMs) ในอาเซียน พร้อมตั้งเป้าหมายให้ “Juxiaobai” รากฐานสำคัญในการผลิตมินิซีรีส์สำหรับอาเซียนและโลก

ประเทศไทย…. อย่าตกขบวน!!! เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 บริษัทFZ Entertainment และบริษัท VDEG จากเวียดนาม ได้ลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาวิดีโอด้วยเทคโนโลยี AI ระหว่างจีน-เวียดนาม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาโซลูชันการสร้างมินิซีรีส์ด้วยเทคโนโลยี AI และเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 บริษัทสองฝ่ายยังได้ลงนามความตกลงในการพัฒนาเครื่องมือ AIGC “Juxiaobai” เวอร์ชั่นเวียดนาม

อิทธิพลของมินิซีรีส์ไม่ได้ส่งผลแค่ “เม็ดเงิน” แต่ยังช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรอบข้าง (ตามรอยฉากในมินิซีรีส์)และสร้างระบบเศรษฐกิจใหม่ในอุตสาหกรรมบันเทิงดิจิทัลได้อีกด้วย เจ้าหน้าที่สำนักวัฒนธรรม วิทยุโทรทัศน์ และการท่องเที่ยวนครหนานหนิง ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่มินิซีรีส์เรื่อง “绣缘” (แปลไทย พรมลิขิต “ซิ่วชิว” หรือลูกบอลแพรปัก) ซึ่งมีเนื้อหาแนวผจญภัยที่สะท้อนเอกลักษณ์ทางชนชาติและวัฒนธรรมของกว่างซี ได้ออกฉายออนไลน์แล้ว ทำให้ยอดคำค้นหา “青秀山景区” (จุดชมวิวภูเขาชิงซิ่ว) พุ่งขึ้นร้อยละ 30 และยอดการจองที่พักบริเวณ ASEAN Business Zone (东盟商务区) และท่าเทียบเรือถิงจื่อ (亭子码头) เพิ่มขึ้นร้อยละ 40

บีไอซี เห็นว่า สตาร์ทอัปและธุรกิจบันเทิงไทย สามารถพัฒนาความร่วมมือกับภาคธุรกิจในนครหนานหนิงใน (1) การพัฒนาธุรกิจมินิซีรีส์ร่วมกัน โดยอาศัยจุดแข็งด้าน “ความคิดสร้างสรรค์” ของไทย ด้านเอกลักษณ์ “ความเป็นไทย” ที่เป็นที่รู้จักและยอมรับเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วในการบุกเบิกตลาดมินิซีรีส์จีน-ไทยอย่างจริงจัง  (2) การพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษาและการพัฒนาเทคโนโลยี AI + มินิซีรีส์ร่วมกัน โดยเฉพาะการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (Multimodal Large Language Models – MLLMs) ในเชิงลึก เพื่อยกระดับการรับรู้บริบททางวัฒนธรรมและความสามารถของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสสร้างงานใหม่ให้กับสังคม

แม้ว่า “ซีรีส์แนวตั้ง” จะเป็นหนึ่งในธุรกิจบันเทิงที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก และสร้างเม็ดเงินมหาศาลให้กับธุรกิจในยุคดิจิทัล แต่เบื้องหลัง ‘ขุมทรัพย์’ ดังกล่าว ยังซ่อน “ความท้าทาย” อยู่ เพราะนอกจากการแข่งขันที่มีแนวโน้มดุเดือนมากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ผลิตต้อง ‘ระดม(ระบม)สมอง’ ในการคิดเนื้อเรื่องที่ ‘ฉีก แปลก แหวกแนว’ กว่าคู่แข่งเพื่อดึงดูดผู้ชมแล้ว ยังมีเรื่องของ “กฎระเบียบ” โดยหน่วยงาน กบว.จีน (สำนักงานวิทยุและโทรทัศน์แห่งชาติจีน หรือ 国家广播电视总局) ได้ส่งสัญญาณว่าจะจัดระเบียบเข้ม โดยเฉพาะการตั้งชื่อเรื่องและการตรวจสอบเนื้อหามินิซีรีส์

นอกจากนี้ การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยี AI ในกระบวนการผลิตมินิซีรีส์ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต ผู้ผลิตผลงานก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเรื่อง AI Deepfake กับประเด็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และประเด็นการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย รวมถึงประเด็นการรักษาสมดุลระหว่างความเร็วกับคุณภาพของมินิซีรีส์ เพื่อไม่ให้ผลงานสร้างสรรค์กลายเป็นขยะดิจิทัล

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG