ทะลุล้าน! รถสินค้าเข้า-ออกที่ “ด่านโหย่วอี้กวาน” ของกว่างซี ทุบสถิติใหม่ และ 11 เดือนแรก ปี 2568 รับ “ทุเรียนไทย” มากกว่า 20,000 ตู้
เวลาที่โพสต์:10:59, 5-01-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com




เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2568 ปริมาณรถบรรทุกที่วิ่งผ่าน “ด่านโหย่วอี้กวาน” (Youyiguan Border Gate/友谊关口岸) ในเมืองระดับอำเภอผิงเสียงของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง (ติด จ.ลางเซิน เวียดนาม) สร้างสถิติใหม่สูงสุด ทะลุ 1 ล้านคันครั้งในรอบปีเป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 35.5 เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY)

อานิสงส์ที่ช่วยให้ปริมาณสินค้าที่ด่านโหย่วอี้กวานเพิ่มขึ้นเป็นผลจากเมื่อเดือนเมษายน 2568 ด่านโหย่วอี้กวานได้เปิดใช้อาคาร “ประตูไม้กั้น” หรือ Truck Terminal หลังใหม่ (ประตูไม้กั้นได้ติดตั้งระบบ Fast Track รุ่นที่ 3 ที่ผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยี Biometrics สำหรับตรวจสอบการผ่านแดนของคนและรถสินค้าด้วยระบบสแกนใบหน้าและลายนิ้วมือของคนขับรถ และระบบอ่านป้ายทะเบียน ช่วยร่นเวลาในการปฏิบัติพิธีการผ่านแดนเหลือเพียง 15 วินาที) ทำให้มีจำนวนช่องจราจรเพิ่มขึ้นจากเดิม 3 เข้า 3 ออกเป็น “6 เข้า 6 ออก” ปัจจุบัน ปริมาณรถบรรทุกสินค้าผ่านเข้า-ออกด่านโหย่วอี้กวานเฉลี่ยรายวันมากกว่า 2,700 คัน

นอกจากนี้ ได้พัฒนาแพลตฟอร์มการตรวจสอบควบคุมโลจิสติกส์อัจฉริยะ ระบบช่วยเหลืองานตรวจสอบอัจฉริยะ ระบบบริหารงานตรวจสอบและกักกันอัจฉริยะ แอปพลิเคชัน Smart Youyiguan รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้งานอย่างครอบคลุม เช่น ระบบนำทางดาวเทียมเป๋ยโต่ว (BeiDou Navigation Satellite System: BDS) ระบบตรวจจับยานพาหนะด้วยสนามแม่เหล็กด้วยเซนเซอร์แม่เหล็ก (Magnetic Vehicle Detection)และระบบติดตามด้วยกล้องความละเอียดสูง ช่วยร่นเวลารอตรวจสินค้าลงจากเดิมได้ร้อยละ 20 และช่วยประหยัดเวลาการรอผ่านกระบวนการตรวจสอบกักกันได้ 3.5 ชั่วโมง


สำหรับสินค้าที่ต้องแข่งขันกับเวลาอย่าง “ผลไม้สด” ทางด่านศุลกากรโหย่วอี้กวานมีมาตรการอำนวยความสะดวกด้านพิธีการศุลกากร เช่น มาตรการสำแดงเอกสารสองขั้นตอน หรือ Two-Step Declaration (ยื่นเอกสารหลักเพื่อรับสินค้าออกจากเขตอารักขาศุลกากรก่อน และส่งเอกสารเพิ่มเติมตามไปทีหลัง) และการเปิดช่องพิเศษ (Green Lane) สำหรับสินค้าเกษตรนำเข้าจากต่างประเทศ การนัดหมายและตรวจปล่อยเป็นลำดับแรก (First Priority) ในสินค้าผลไม้ มาตรการดำเนินพิธีการศุลกากรแบบนัดหมายล่วงหน้า 7 วัน ตลอด 24 ชั่วโมง / มาตรการการยื่นสำแดงเอกสารล่วงหน้า การจัดช่องตรวจสินค้าเฉพาะสำหรับผลไม้ เพื่อสร้างหลักประกันให้กับผลไม้นำเข้าสามารถตรวจสอบและตรวจปล่อยทันทีที่มาถึง

ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการ (สถิติขาดไป 6 วัน) พบว่า ระหว่างเดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2568 ตู้ทุเรียนไทยที่ส่งออกไป “ด่านโหย่วอี้กวาน” จำนวน 21,575 ตู้/ชิปเมนต์ และส่งออกไปด่านโม่ฮาน จำนวน 20,590 ตู้/ชิปเมนต์

————– สำนักงานควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร


บีไอซี ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน เมืองฯ ผิงเสียง (Pingxiang City/凭祥市) ซึ่งเป็นที่ตั้งของด่านโหย่วอี้กวาน และด่านรถไฟผิงเสียง มีขีดความสามารถในการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างและโลหะหนักในผลไม้นำเข้าในระดับสูง โดยภายหลังการก่อสร้างปรับปรุงงาน เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568 ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ข่าเฟิง (ภายในเขตอารักขาศุลกากรด่านการค้าชายแดนผู่จ้าย) ได้เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ห้องปฏิบัติการฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์ 449 รายการ ครอบคลุมทั้งพืชผักและผลไม้นำเข้า-ส่งออก มุ่งให้บริการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างจากยาฆ่าแมลง โลหะหนัก แมลงศัตรูพืช และสารปนเปื้อนอื่น ๆ ในสินค้าเกษตรที่นำเข้า-ส่งออกผ่านด่านโหย่วอี้กวานเป็นหลัก




กระบวนการตรวจวิเคราะห์ได้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Generative AI) มาช่วยแก้ไขเสริมประสิทธิภาพงานตรวจวิเคราะห์ (ช่วยแก้ไขปัญหาอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ) โดยการประยุกต์ใช้โมเดลขนาดใหญ่ DeepSeek-R132B และ Tongyi Qianwen Qwen2.5-72B-VL (通义千问) ในการสร้างผู้ช่วย AI สำหรับตอบคำถามด้านงานตรวจวิเคราะห์ได้อย่างอัจฉริยะ (คลังความรู้ด้านการตรวจวิเคราะห์ที่รวบรวมเอกสารด้านมาตรฐาน ระเบียบปฏิบัติ และระบบคุณภาพมากกว่า 300 ฉบับ) โดยเริ่มต้นจากการทดลองใช้กับการตรวจสอบ “ทุเรียนนำเข้า”

การตรวจวิเคราะห์ภาพอัจฉริยะด้วย AI โดยเริ่มจากการทดลองใช้กับการตรวจสอบรายการ “สารตกค้างทางการเกษตร” ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากเครื่อง Liquid Chromatography-Mass Spectrometer หรือ LC-MS และเครื่อง Gas chromatography–mass spectrometry หรือ GC-MS โดยอัตโนมัติ และใช้ AI ในการวิเคราะห์ภาพและการสร้างชุดข้อมูลต้นฉบับโดยอัตโนมัติ ช่วยลดกระบวนการและการแทรกแซงโดยมนุษย์ และร่นระยะเวลาในการตรวจวิเคราะห์ได้อย่างมาก

นอกจากนี้ เมืองฯ ผิงเสียงกำลังเร่งรัดการก่อสร้างห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์อีกแห่งภายใน “ศูนย์การซื้อขายผลไม้จีน(ฉงจั่ว)-อาเซียน” (中国—东盟(崇左)水果交易中心) เพื่อเสริมศักยภาพการตรวจวิเคราะห์ผลไม้นำเข้าของเมืองฯ ผิงเสียง

บีไอซี เห็นว่า ในห้วงเวลาที่ ผลไม้ไทยเผชิญความท้าทายจากการเปิดตลาดผลไม้สดให้กับประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม สปป.ลาว และกัมพูชา ให้สามารถส่งออกผลไม้ไปจีนได้มากชนิดขึ้น โดยที่หลายชนิดทับซ้อนกับประเทศไทย ในอนาคต อาจจะส่งผลให้การขนส่งผลไม้ทางบกที่ “ด่านหงูหงิ จ.ลางเซิน – ด่านโหย่วอี้กวาน เขตฯ กว่างซีจ้วง” (และที่ “ด่านบ่อเต็น สปป.ลาว  – ด่านโม่ฮาน แคว้นปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน) อาจเกิดปัญหาการจัดคิวรถสินค้าผ่านแดน และปัญหาความแออัดของรถบรรทุกบริเวณหน้าด่าน

ดังนั้น ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของไทยต้องเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์การแข่งขันและความเปลี่ยนแปลงที่จะมี ‘คู่แข่ง’ ในตลาดจีนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการวางแผนงานขนส่งและโลจิสติกส์อย่างรัดกุม เพื่อกระจายความเสี่ยงจากปัญหาการจราจรแออัด  เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายของผลไม้สดจากตู้สินค้าตกค้าง

ทั้งนี้ นอกจากด่านโหย่วอี้กวานแล้ว ผู้ส่งออกยังสามารถพิจารณาเลือกใช้ช่องทางการขนส่งต่าง ๆ ในเขตฯ กว่างซีจ้วงได้อีก อาทิ

  • การขนส่งทางถนน : ด่านตงซิง (ติดด่านม่องก๋าย/Móng Cái จ.กว๋างนิญ) ด่านหลงปัง (ติดด่านด่านจาลิงห์/ Trà Lĩnh จ.กาวบั่ง) ด่านสุยโข่ว (ติดกับด่านต่าลุง/Tà Lùng จ.กาวบั่ง)

  • การขนส่งทางทะเล : ท่าเรือแหลมฉบัง/ท่าเรือกรุงเทพฯ – ท่าเรือชินโจว (เมืองชินโจว เขตฯ กว่างซีจ้วง)

  • การขนส่งทางอากาศ :  ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ – ท่าอากาศยานนานาชาติอู๋ซวีหนานหนิง




นอกจากนี้ กระบวนการผลิตตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรมผลไม้ของไทยยังต้องใส่ใจกับประเด็นความปลอดภัยของอาหาร (Food Safety) ที่จะต้องได้คุณภาพและมาตรฐานตามข้อกำหนดของทางการจีน แหล่งกำเนิดมีมาตรฐานการรับรองการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice หรือ GAP) โรงงานแปรรูปมีมาตรฐานการรับรองคุณภาพการผลิตของผู้ผลิต (Good Manufacturing Practice หรือ GMP) และต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานความปลอดภัยไร้สารตกค้าง เพื่อ ‘สร้างแต้มต่อ’ ให้กับอุตสาหกรรมผลไม้ส่งออกของไทย รวมทั้งสร้างความมั่นใจและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของผลไม้ไทยในสายตาผู้บริโภคชาวจีน

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG