ทุเรียนไทยมาแรงบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน ยอดค้าปลีกออนไลน์โต 344.8% ช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569
เวลาที่โพสต์:10:45, 4-06-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 กรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยสถานการณ์การพัฒนาอีคอมเมิร์ซของจีนว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายนที่ผ่านมา อีคอมเมิร์ซของจีนยังคงมีบทบาทสำคัญในการเสริมศักยภาพเศรษฐกิจจริง โดยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัจฉริยะช่วยผลักดันการยกระดับภาคอุตสาหกรรม การสร้างฉากทัศน์การบริโภคใหม่ช่วยกระตุ้นพลังการบริโภค และการขยายความร่วมมือในระดับโลกช่วยเปิดพื้นที่ใหม่ด้านการค้า

ในด้านการยกระดับอุตสาหกรรม อีคอมเมิร์ซได้ช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านของภาคการผลิตและภาคบริการไปสู่ระบบดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้การดำเนินงานตาม “แนวทางว่าด้วยการให้บริการเศรษฐกิจจริงให้ดียิ่งขึ้น และส่งเสริมการพัฒนาอีคอมเมิร์ซคุณภาพสูง” ข้อมูลจากฐานข้อมูลธุรกิจของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ยอดค้าปลีกออนไลน์สินค้าเกษตรทั่วประเทศจีนขยายตัว 12.2% ขณะที่มูลค่าธุรกรรมอีคอมเมิร์ซในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โลหะและเคมีภัณฑ์ที่อยู่ในการติดตามสำคัญ เพิ่มขึ้น 34.8% และ 12.2% ตามลำดับ นอกจากนี้ อีคอมเมิร์ซยังมีบทบาทในการดึงดูดผู้บริโภคเข้าสู่ภาคบริการ โดยยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์ของภาคการท่องเที่ยวและภาคอาหารเพิ่มขึ้น 33.2% และ 20% ตามลำดับ

ในด้านการบริโภคดิจิทัล งานเทศกาลช้อปปิ้งออนไลน์สินค้าแบรนด์และสินค้าคุณภาพ ครั้งที่ 8 ได้สนับสนุนแนวคิด “ช้อปปิ้งในจีน” และช่วยปลดปล่อยศักยภาพการบริโภคคุณภาพสูงผ่านฉากทัศน์การบริโภคที่หลากหลาย ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ยอดค้าปลีกสินค้าและบริการออนไลน์ทั่วประเทศจีนเพิ่มขึ้น 6.6% โดยยอดค้าปลีกสินค้าออนไลน์มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดถึง 72.2% ขณะเดียวกัน การบริโภคในรูปแบบต่างๆ เช่น การเดินทางอัจฉริยะ (Smart Mobility) ได้ช่วยผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ดิจิทัล โดยยอดค้าปลีกออนไลน์ของอุปกรณ์โครงกระดูกภายนอกช่วยเดินแบบอัจฉริยะ (Smart Assistive Exoskeletons) เพิ่มขึ้น 785.5% ส่วนในเดือนเมษายน สินค้าเทคโนโลยีสำหรับผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยยอดค้าปลีกออนไลน์ของแว่นตาอัจฉริยะและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เพิ่มขึ้น 175.2% และ 20.6% ตามลำดับ

สำหรับความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กรอบ “อีคอมเมิร์ซเส้นทางสายไหม (Silk Road E-commerce)” กิจกรรมภายใต้หัวข้อ “Silk Road E-commerce Benefiting the World” ได้ช่วยผลักดันให้สินค้าเด่นคุณภาพสูงจากทั่วโลก “ส่งออกสู่จีน” มากขึ้น ข้อมูลจากฐานข้อมูลธุรกิจของกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-เมษายน ยอดขายสินค้าทั่วโลกบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนขาเข้าที่อยู่ในการติดตามสำคัญของจีนเพิ่มขึ้น 4.3%

สินค้านำเข้าที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ ทุเรียนจากไทย ซึ่งมียอดค้าปลีกออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 344.8% สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมอย่างสูงของผู้บริโภคจีนต่อผลไม้ไทย โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งยังคงเป็นสินค้าดาวเด่นในตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน ขณะที่เครื่องดื่มจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกางเกงลำลองจากอิตาลี มียอดค้าปลีกออนไลน์เพิ่มขึ้น 78.6% และ 22.8% ตามลำดับ สินค้านำเข้ากลุ่ม “สินค้าไวรัล” เหล่านี้ช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้บริโภคจีน และส่งเสริมให้ประเทศหุ้นส่วน “อีคอมเมิร์ซเส้นทางสายไหม” ได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากตลาดอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ของจีน ขณะเดียวกัน ข้อมูลประเมินจากสำนักงานศุลกากรจีนระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคม-มีนาคม มูลค่าการนำเข้าและส่งออกผ่านอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนอยู่ที่ 618,460 ล้านหยวน (ประมาณ 91,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) แบ่งเป็นมูลค่าส่งออก473,550 ล้านหยวน (ประมาณ 69,850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) และมูลค่านำเข้า144,910 ล้านหยวน (ประมาณ 21,370 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) สะท้อนให้เห็นว่าอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนกำลังกลายเป็นช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดจีนกับสินค้าคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารจากประเทศคู่ค้า

โอกาสสำคัญของไทยบนตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน

อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีนเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการขยายการส่งออกสินค้าเกษตรคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาดจีนผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โดยเฉพาะ “ทุเรียนไทย” ซึ่งมียอดค้าปลีกออนไลน์เติบโตสูงถึง 344.8% ในช่วง 4 เดือนแรกของปี แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคจีนยังคงมีความต้องการทุเรียนไทยในระดับสูง แม้ตลาดผลไม้เมืองร้อนในจีนจะมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศก็ตาม จุดแข็งของทุเรียนไทยไม่ได้อยู่เพียงที่รสชาติและชื่อเสียงของแหล่งผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความพร้อมของระบบห่วงโซ่อุปทาน การควบคุมมาตรฐานการส่งออก ประสบการณ์ด้านโลจิสติกส์ และการทำตลาดในจีนมายาวนาน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรใช้ประโยชน์จากการเติบโตของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนจีน เพื่อยกระดับจากการขายสินค้าเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การสร้างแบรนด์ผลไม้ไทยแบบพรีเมียม เช่น การคัดเกรดคุณภาพ การใช้บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการขนส่งเย็น การสื่อสารเรื่องแหล่งกำเนิดสินค้า และการรับรองคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มมูลค่าต่อหน่วยในตลาดจีน

การที่ทุเรียนไทยถูกระบุเป็นสินค้านำเข้าที่เติบโตโดดเด่นบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน ยังเป็นสัญญาณว่าไทยควรเร่งเชื่อมโยงยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรกับระบบนิเวศดิจิทัลของจีนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในพื้นที่จีนตะวันตก เช่น มณฑลเสฉวน นครเฉิงตู และนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ การกระจายสินค้า และการบริโภคสินค้าไลฟ์สไตล์นำเข้า ผู้ประกอบการไทยสามารถต่อยอดผ่านการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายออนไลน์ การไลฟ์คอมเมิร์ซ การร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจีน คลังสินค้าทัณฑ์บน และผู้ให้บริการโลจิสติกส์ควบคุมอุณหภูมิ เพื่อรักษาคุณภาพทุเรียนตั้งแต่ต้นทางถึงมือผู้บริโภค นอกจากนี้ ภาครัฐและหน่วยงานส่งเสริมการค้าของไทยควรสนับสนุนการใช้ข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคจากแพลตฟอร์มจีน เพื่อวางแผนฤดูกาลส่งออก กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และพัฒนาสินค้าแปรรูปจากทุเรียน เช่น ทุเรียนแช่แข็ง ขนมทุเรียน และผลิตภัณฑ์พรีเมียมจากทุเรียน ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาสินค้าสดเพียงอย่างเดียว และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดจีนระยะยาว


ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 1 มิถุนายน 2569

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG

การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG

การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO

การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น