โดย รศ.วิภา อุตมฉันท์
วันที่ 17-20 ก.ค. ที่ผ่านมา จีนเป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ AI โลกขึ้นที่ “ไว่ทัน” นครเซี่ยงไฮ้ เป็นการประชุมเรื่อง AI เป็นครั้งที่ 3 เป็นการประชุมเรื่อง AI ครั้งสำคัญ โดยหากย้อนกลับไป การประชุม AI ครั้งแรกของโลกเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 70 ปีก่อน (1956) ซึ่งในขณะนั้น AI ยังเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เล็ก ๆ ที่แทบไม่มีใครรู้จัก แต่มาในยุคปัจจุบัน จีนมองเห็นความสำคัญของเมล็ดพันธุ์นี้ว่าจะเติบโตจนเกิดผลอย่างเหลือเชื่อ ในการประชุม AI ยุคหลังที่จีนจัดขึ้น จีนจึงได้เสนอ ‘ข้อริเริ่มว่าด้วยการบริหารจัดการ AI โลก’ เพื่อเน้นย้ำให้ทุกประเทศร่วมมือกันพัฒนา AI ให้เกิดประโยชน์แก่ทุกฝ่าย
ในปี 2023 ในการประชุมครั้งที่ 2 จีนได้ขับเคลื่อน AI ให้ก้าวหน้าไปแล้วอย่างต่อเนื่อง ได้สร้างศัพท์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขึ้นแล้วนับล้าน ๆ คำ จนกระทั่งทุกวันนี้จีนยังเป็นหัวจักรสำคัญในการขับเคลื่อน AI ให้เดินหน้าไปอย่างต่อเนื่อง จนสามารถจดทะเบียนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ AI แบบต่าง ๆ ไปแล้วถึง 60% ของโลก
การประชุมครั้งที่ 3 ซึ่งก็คือครั้งที่ผ่านไปเร็ว ๆ นี้ ระหว่างวันที่ 17-20 ก.ค. 2569 จัดขึ้นที่นครเซี่ยงไฮ้อีกเช่นกัน มีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ ทั้งเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา และยุโรป เข้าร่วมรวม 29 ประเทศ (นายอนุทิน นายกฯไทยก็ไปร่วมประชุมด้วย) ก่อนการประชุมจะเริ่มขึ้น ประเทศที่เข้าประชุมได้ร่วมกันลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วย “ข้อตกลงในการก่อตั้งองค์กรความร่วมมือ AI โลก” แสดงให้เห็นว่า ทุกประเทศต่างยอมรับความสำคัญที่จะต้องมี “องค์กร” ขึ้นมาองค์กรหนึ่ง ทำหน้าที่ในการประสานความร่วมมือช่วยเหลือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การพัฒนา AI เป็นระบบ มีประสิทธิภาพ มีความรวดเร็ว
นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้ปรึกษาหารือกัน จัดวางจุดหนักในการทำงานขององค์กร AI ที่จัดตั้งขึ้นไว้ 3 ด้านคือ
1. ประสิทธิภาพในการประสานงานกันระหว่างสมาชิกขององค์กร AI จะต้องได้รับความสำคัญเป็นอันดับแรก องค์กร AI จะทำหน้าที่ประสานงานกับประเทศสมาชิกในการแลกเปลี่ยนนโยบาย การแลกเปลี่ยนกันทางเทคโนโลยี การฝึกอบรมบุคลากร และการวิจัยค้นคว้าร่วมกัน ฯลฯ เทคโนโลยีการบริการของ AI เป็นสิ่งที่จะต้องเข้าถึงได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อประกันให้ทุกประเทศได้รับประโยชน์จากองค์กร AI อย่างเสมอภาค
2. องค์กร AI จะทำหน้าที่ส่งเสริมให้สมาชิกรับรู้ร่วมกันเกี่ยวกับผลของการค้นคว้าที่ได้ผลดีที่สุด ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกรับรู้ร่วมกันในเชิงลึก ทุกประเทศสามารถประสานกันเกี่ยวกับผลของการปฏิบัติ ร่วมมือกันสร้างดอกผลแห่งความร่วมมือกันที่เป็นจริงและสัมผัสได้
3. พิทักษ์อย่างแน่วแน่ต่อวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ สนับสนุนบทบาทของสหประชาชาติให้ได้รับความเคารพมากขึ้น เพื่อทำให้ “สนธิสัญญาดิจิทัลโลก” และเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของสหประชาชาติปรากฏเป็นจริง บริหารจัดการเกี่ยวกับ AI อย่างเป็นธรรมและสมเหตุสมผล
หลังจากสมาชิกได้ตกลงก่อตั้งองค์กร AI และวางจุดหนักขององค์กร AI ผ่านไปแล้ว วันรุ่งขึ้นการประชุมอย่างเป็นทางการก็เปิดตัวขึ้น ในการประชุมที่ผ่านไป 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประธานสีจิ้นผิงได้ขึ้นมาทำหน้าที่เป็นประธานเปิดการประชุมและกล่าวคำปราศรัยในหัวเรื่อง “จับมือกันสร้างระบบบริหาร AI โลกให้เป็นธรรมและสมเหตุสมผล” คำปราศรัยของสีจิ้นผิงเน้นเรื่องความท้าทายที่มนุษย์จะต้องทำงานร่วมกับ AI อย่างไร เช่น จะเชื่อมโยง AI ให้ทำงานประสานกับความสามารถของมนุษย์ได้อย่างไร ? ในขณะที่เครื่องจักรเริ่มคิดเองเป็น มนุษย์จะอยู่ร่วมกับมันอย่างไรอย่างราบรื่นและได้ผล ?
สุดท้ายสีจิ้นผิงได้เสนอความเห็น 4 ข้อเกี่ยวกับการพัฒนา AI และใช้งาน AI ให้บังเกิดผลมากที่สุดคือ 1. เปิดกว้างให้กับการพัฒนาของนวัตกรรมใหม่ 2. เสริมความรับรู้เกี่ยวกับความเสี่ยง ทำให้ความเสี่ยงเป็นสิ่งที่ควบคุมได้ 3. AI เป็นสิ่งที่ไม่มีพรมแดน ต้องสันทัดในการหลอมรวมและศึกษาอารยธรรมที่ต่างกัน 4. ร่วมทุกข์ร่วมสุขด้วยกัน ช่วยกันบริหารจัดการ AI ให้ทำงานรับใช้มนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG
การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG
การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO
การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น