ฉางอันเปิดตัว NEVO Q05 ในไทย หนุนชิ้นส่วนรถยนต์จากฉงชิ่งสู่โรงงานระยอง เจาะโอกาสไทยในห่วงโซ่ยานยนต์ไฟฟ้าจีน–อาเซียน
เวลาที่โพสต์:11:17, 21-07-2026
แหล่งข่าว:thaibizchina.com

“ฉี่หยวน” (Qiyuan) แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ในเครือฉางอัน ออโตโมบิล ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ Q05 หรือชื่อในตลาดต่างประเทศว่า NEVO Q05 ที่กรุงเทพฯ ประเทศไทย นับเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของฉางอัน ฉี่หยวนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และถือเป็นอีกก้าวสำคัญของแบรนด์ในการขยายสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกันยังสะท้อนบทบาทเชิงรุกของเขตเจียงจิน นครฉงชิ่ง ในการตอบสนองยุทธศาสตร์ “รถยนต์ฉงชิ่งออกสู่ตลาดโลก” ของนครฉงชิ่ง

รายงานระบุว่า ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมปีนี้ มีการส่งออกชิ้นส่วนแบบ KD (Knock-Down) หรือชุดชิ้นส่วนสำหรับประกอบรถยนต์ของฉางอัน ฉี่หยวน Q05 รุ่นใหม่จากเขตเจียงจินไปยังประเทศไทยแล้วกว่า 3,000 คัน/ชุด คิดเป็นมูลค่าการค้าส่งออกเกือบ 100 ล้านหยวน (ประมาณ 13.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สำหรับ NEVO Q05 รุ่นพวงมาลัยขวาที่เปิดตัวในตลาดไทยครั้งนี้ ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักรุ่นแรกของแบรนด์ฉางอัน ฉี่หยวนสำหรับตลาดต่างประเทศ โดยรถทุกรุ่นติดตั้งแบตเตอรี่ชาร์จเร็ว CATL Golden Shield 2.0 แบบ 3C เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยและภูมิภาคในด้านระยะทางวิ่งที่ยาวขึ้นและประสิทธิภาพการชาร์จพลังงานที่รวดเร็วขึ้น 

นอกจากนี้ รถรุ่นดังกล่าวยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่โดดเด่นในระดับเดียวกัน อาทิ เบาะนั่งพร้อมระบบนวด SPA ซึ่งเป็นจุดเด่นเฉพาะในกลุ่มเดียวกัน ที่พักขาฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าซึ่งเป็นอุปกรณ์เฉพาะในระดับเดียวกัน และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าที่สามารถปรับเอนลงได้ถึง 165 องศา การออกแบบดังกล่าวมุ่งตอบสนองลักษณะการเดินทางของครอบครัวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมักมีสมาชิกหลายคนและให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายในการเดินทาง

ผู้รับผิดชอบจาก Chongqing Hub Port Industrial Park ระบุว่า เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ฉางอัน ฉี่หยวน Q05 ได้ผลิตออกจากสายการผลิตที่โรงงานวิจัย พัฒนา และผลิตในเขตปาหนาน นครฉงชิ่ง และเพียงกว่าครึ่งปีต่อมาก็ได้เปิดตัวในกรุงเทพฯ โดย Chongqing Hub Port Industrial Park ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” สำคัญระหว่างโรงงานวิจัยและผลิตของฉางอันในเขตปาหนาน กับโรงงานประกอบรถยนต์ที่จังหวัดระยองของไทย

แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า ไทยเป็นหนึ่งในตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีศักยภาพการเติบโตสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุนี้ Chongqing Hub Port Industrial Park จึงได้บรรลุความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับบริษัท Chongqing Lingyao Automobile Co., Ltd. เมื่อปลายปี 2025 เพื่อจัดตั้งฐานส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปและชิ้นส่วน KD ของฉางอันในเขตปลอดอากรครบวงจรเจียงจิน และร่วมกันผลักดันการส่งออก NEVO Q05 รวมถึงรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในอนาคต

7212.jpg

นับตั้งแต่ฐานดังกล่าวเริ่มดำเนินการ Chongqing Hub Port Industrial Park ได้ใช้ประโยชน์จากระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบ ทั้งทางน้ำ ทางถนน และทางราง เพื่อสนับสนุนการส่งออก NEVO Q05 ไปยังประเทศไทยผ่านระเบียงการค้าเชื่อมทางบก–ทางทะเลสายใหม่ภาคตะวันตกเป็นครั้งแรกในระดับประเทศ ถือเป็นการยกระดับจาก “การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป” ไปสู่ “การนำกำลังการผลิตออกสู่ต่างประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม

ขณะเดียวกัน Chongqing Hub Port Industrial Park ยังร่วมมือกับศุลกากรซีหย่งดำเนินรูปแบบกำกับดูแลแบบ “เชื่อมโยงเขตปลอดอากรกับท่าเรือ” ระหว่างเขตปลอดอากรครบวงจรเจียงจินกับท่าเรือลั่วหวง ควบคู่กับการพัฒนาศุลกากรอัจฉริยะ เพื่อยกระดับการกำกับดูแลสินค้าระหว่างทาง ทำให้สินค้าส่งออกสามารถดำเนินการได้แบบ “ยื่นสำแดงครั้งเดียว ตรวจสอบครั้งเดียว และปล่อยผ่านครั้งเดียว” ช่วยให้ภาคธุรกิจประหยัดเวลาและต้นทุนโลจิสติกส์ได้เกือบ 30%

ปัจจุบัน ชิ้นส่วน KD ของฉางอัน ฉี่หยวน Q05 จำนวน 3,000 คัน/ชุด กำลังอยู่ระหว่างการประกอบอย่างต่อเนื่องที่โรงงานจังหวัดระยองของไทย และรถยนต์ล็อตแรกได้ส่งมอบแก่ลูกค้าแล้ว ในระยะต่อไป Chongqing Hub Port Industrial Park จะเดินหน้าปรับปรุงระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบและระบบบริการครบวงจรด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อสนับสนุนฉางอันในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมผลักดันให้เขตเจียงจินเปลี่ยนผ่านจาก “เศรษฐกิจทางผ่าน” ไปสู่ “เศรษฐกิจศูนย์กลาง” และยกระดับการเปิดกว้างสู่ภายนอกในระดับสูง

ทั้งนี้ บริษัทฉางอัน ออโตโมบิล หรือ Chongqing Changan Automobile Co., Ltd. เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนที่ตั้งอยู่ในนครฉงชิ่ง โดยมีแบรนด์ในเครือหลายแบรนด์ เช่น Changan, NEVO หรือ Qiyuan, DEEPAL, AVATR และ Kaicheng รวมถึงมีฐานการผลิตและเครือข่ายโรงงานหลายแห่งในจีนและต่างประเทศ ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของฉางอันระบุว่า บริษัทมีฐานการผลิต 21 แห่ง โรงงาน 76 แห่ง และส่งออกรถยนต์ไปยัง 117 ประเทศและภูมิภาค

7213.jpg

โอกาสของไทยจากการเป็นฐานประกอบและตลาดนำร่องของรถยนต์พลังงานใหม่จีน

ไทยไม่ได้เป็นเพียง “ตลาดปลายทาง” สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจีนเท่านั้น แต่กำลังยกระดับบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับภูมิภาค การส่งออกชิ้นส่วน KD จากฉงชิ่งมายังโรงงานระยองหมายความว่าไทยมีบทบาทในขั้นตอนการประกอบ การทดสอบ การส่งมอบ และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มมากกว่าการนำเข้ารถยนต์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว หากไทยสามารถใช้โอกาสนี้ต่อยอดไปสู่การเพิ่มสัดส่วนชิ้นส่วนภายในประเทศ การพัฒนาแรงงานด้านยานยนต์ไฟฟ้า ระบบแบตเตอรี่ ซอฟต์แวร์ยานยนต์ และศูนย์ซ่อมบำรุงมาตรฐานสูง ก็จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ไทยในฐานะศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะเมื่อจังหวัดระยองและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC มีความพร้อมด้านนิคมอุตสาหกรรม ท่าเรือ ระบบโลจิสติกส์ และฐานผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เดิมอยู่แล้ว

ทั้งนี้ ไทยยังได้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงกับนครฉงชิ่ง ซึ่งเป็นฐานอุตสาหกรรมยานยนต์สำคัญของจีนและเป็นจุดเชื่อมของระเบียงการค้าเชื่อมทางบก–ทางทะเลสายใหม่ภาคตะวันตก การที่ชิ้นส่วนรถยนต์จากฉงชิ่งสามารถเดินทางมายังไทยผ่านระบบขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดต้นทุนและเวลาในห่วงโซ่อุปทาน และอาจทำให้ไทยกลายเป็นฐานประกอบและกระจายรถยนต์พลังงานใหม่ไปยังตลาดอาเซียนอื่น ๆ ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ดี โอกาสนี้จะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อไทยก็ต่อเมื่อไทยสามารถเจรจาและกำหนดเงื่อนไขเชิงอุตสาหกรรมที่เอื้อต่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี การใช้ซัพพลายเออร์ไทย การพัฒนาทักษะแรงงานไทย และการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต แบตเตอรี่ สถานีชาร์จ การรีไซเคิล ไปจนถึงบริการหลังการขาย หากดำเนินการได้ครบถ้วน ไทยจะไม่เพียงเป็นฐานประกอบของแบรนด์ต่างชาติ แต่จะสามารถยกระดับตนเองเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน

ที่มาของข้อมูล: เข้าถึงข้อมูลวันที่ 8 มิถุนายน 2569

ข่าวนี้รวบรวมโดย :SHUNNING HUANG

การตรวจสอบรอบแรก:YANLAN ZHANG

การตรวจสอบรอบที่สอง:CUIJING MO

การตรวจสอบรอบที่สาม: ปิยะนุช เพชรเย็น